โรคเก๊ท์(Gout) โรคข้ออักเสบที่ควรระวัง 

โรคเก๊าท์ คืออะไร

          โรคเก๊าท์ หนึ่งในโรคกระดูกและข้อที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากการกินโปรตีนบางชนิดมากเกินไป ซึ่งโปรตีนดังกล่าวจะย่อยสลายเป็นกรดยูริคแล้วตกผลึกในรูปของเกลือยูเรตหรือ Urate crystals สะสมตามข้อกระดูกต่าง ๆ  ทำให้ข้อหรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ ข้ออักเสบเฉียบพลัน การเกิดโรคเก๊าท์ผู้ป่วยมักมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานพอสมควร โดยเฉลี่ยมากกว่า 20 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะถ้าระดับกรดยูริกยิ่งสูง อุบัติการณ์การเกิดโรคจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เกิดอาการได้เร็วยิ่งขึ้น ในเพศชายพบโรคนี้ได้บ่อยกว่าเพศหญิงประมาณ 10 เท่า แต่วัยหลังหมดประจำเดือน เพศหญิงจะพบโรคสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเพศชาย

อาการของโรคเก๊าท์ 

อาการของโรคเก๊าท์  แบ่งออกเป็น ระยะคือ 

  1. ระยะที่ไม่มีอาการ ตรวจพบกรดยูริในเลือดสูงเท่านั้นซึ่งในเพศชายจะเริ่มมีกรดยูริคสูงตั้งแต่อายุ 14-15 ปี หรือเริ่มเป็นหนุ่ม ในเพศหญิงจะเริ่มสูงหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว 

  1. ระยะข้ออักเสบเฉียบพลัน โดยมักเริ่มปวดบวมที่ข้อเท้าหรือหัวแม่เท้า จนถึงอาการปวดข้อรุนแรงมากจนเดินไม่ได้หรือเดินลำบาก หากได้รับการรักษาอาการจะหายเป็นปกติเอง 

  1. ระยะเป็นๆ หายๆ อาการข้ออักเสบจะกำเริบเป็นซ้ำที่เดิมเป็นๆหายๆ เริ่มแรกอาจกำเริบปีละ 1-2 ครั้ง ต่อมาจะถี่ขึ้น และมีข้ออักเสบเพิ่มจำนวนขึ้นตามข้อต่างๆ จนเป็นหลายข้อ รวมทั้งช่วงเวลาที่ข้ออักเสบจะยาวขึ้น 

  1.  ระยะข้ออักเสบเรื้อรัง มักมีข้ออักเสบหลายข้อ และเป็นตลอดเวลา ไม่มีช่วงเว้นว่างหายสนิท ระยะนี้มักจะมีปุ่มก้อนขึ้นตามข้อต่างๆ ที่มีอาการอักเสบ เช่น ที่ตาตุ่มของเท้า หัวแม่เท้า ข้อศอก เข่า ข้อมือ เป็นต้น ปุ่มเหล่านี้ คือ ก้อนผลึกยูเรทที่สะสมมากขึ้น บางครั้งจะแตกออกเป็นสารขาวๆ คล้ายยาสีฟันไหลออกมา หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ผู้ป่วยจะมีข้อพิการผิดรูปและปวดทุกข์ทรมานมาก และอาจมีโรคไตวายแทรกซ้อนได้ อาการจากระยะที่ จนถึงระยะที่ อาจใช้เวลาหลายสิบปี แต่ในรายที่รุนแรงอาจใช้เวลาเพียง 5-10 ปี เท่านั้น และหากได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้องจนเกิดภาวะไตวายแทรกซ้อนยิ่งจะทำให้เกิดโรคเก๊าท์รุนแรงมากขึ้นอีกด้วย 

 

ำไมถึงบอกว่ากินไก่มากแล้วจะเป็นเก๊าท์ 

             จริงๆแล้วการกินไก่และสัตว์ปีกไม่ได้เป็นสาเหตุของการเป็นโรคเกาท์ แต่สิ่งที่เกี่ยวข้องกันคือ เนื้อไก่ และสัตว์ปีกทุกชนิดเป็นอาหารที่มีระดับโปรตีนหรือพิวรีนสูง ในทางการแพทย์จึงแนะนำให้ผู้ที่เป็นเก๊าท์ ให้หลีกเลี่ยง หรือลดเมนูไก่ และสัตว์ปีกลง แต่ถึงแม้คุณกำลังเป็นเก๊าท์อยู่ ก็สามารถกินสัตว์ปีกได้แต่ต้องอยู่ในขีดจำกัด โดยงดกินบริเวณส่วนที่เป็นข้อต่อต่างๆ แต่ให้เลือกกินบริเวณอกไก่แทน ส่วนคนปกติก็ยังคงกินสัตว์ปีกได้เช่นเดิม 

นอกจากสัตว์ปีก อาหารบ้างอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง?? 

           

อาหารประเภทอื่นๆที่กระตุ้นทำให้อาการของโรคเก๊าท์กำเริบได้ เช่น อาหารทะเล เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ อาหารที่มีส่วนประกอบของยีสต์ ผลไม้ที่มีรสหวาน เครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลฟรุกโตส 

 

จจัยที่กระตุ้นให้เกิดข้ออักเสบหรือทำให้ข้ออักเสบหายช้าได้แก่อะไรบ้าง 
            ได้แก่ การได้รับยาบางชนิดเช่นยาลดกรดยูริก ยาขับปัสสาวะ หรือยาแอสไพริน เป็นต้น ดังนั้นไม่ควรเริ่มยาหรือปรับเปลี่ยนยาดังกล่าวขณะที่มีข้ออักเสบ เพราะจะทำให้มีอาการมากขึ้นหรือหายช้า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นได้แก่ การบาดเจ็บที่ข้อ การบีบนวดข้อ การดื่มแอลกอฮอล์ การผ่าตัด การเสียเลือด การเสียน้ำ และการติดเชื้อ เป็นต้น 

 

 การรักษาโรคเก๊าท์ 

  •  การรักษาในระยะที่มีการอักเสบของข้อ 

การรักษาระหว่างที่มีอาการข้ออักเสบคือควรพักการใช้งานข้อนั้นและหลีกเลี่ยงการบีบนวดข้อ การประคบข้อ และเริ่มรักษโดยใช้ยาลดการอักเสบของข้อ  

  •  การรักษาระยะยาวเพื่อป้องกันการอักเสบซ้ำ 

-กินยาประจำเพื่อป้องกันไม่ใช้โรคเก๊าท์กำเริบอีก ร่วมกับยากิน เพื่อลดระดับของกรดยูลิคในเลือดให้ต่ำลงมาก และนานพอที่จะไปสลายผลึกยูเรทที่สะสมในร่างกายผู้ป่วยให้ค่อยๆ หมดไป เมื่อผลึกยูเทถูกละลายหมดแล้ว ผู้ป่วยก็หายขาดจาดโรคเก๊าท์ได้ 

-หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นโรคเก๊าท์ให้กำเริบได้ 

-ลดน้ำหนักกรณีผู้ป่วยมีน้ำหนักเกิน แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหักโหม เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของข้อได้ 

-ดูแลโรคประจำตัวร่วมอื่นๆของผู้ป่วย  

 

**การรักษาโรคเก๊าท์  ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ปัจจุบันเท่านั้น เพราะแพทย์ต้องประเมินหน้าที่ของไตและตับ รวมทั้งโรคประจำตัวของผู้ป่วยก่อนเลือกใช้ยาให้เหมาะสมและติดตามผลการรักษาเป็นระยะๆ 

 

เป็นโรคเก๊าท์จนทำให้เดินลำบาก สามารถใช้อุปกรณ์ดังนี้ช่วยเดินได้