(credit : https://www.pobpad.com/multiple-sclerosis)

     โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (demyelinating disease) เป็นอีกหนึ่งโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งจะมี 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
     1. multiple sclerosis หรือ MS
     2. neuromyelitis optica หรือ NMO

     ทั้งสองชนิดนี้มีลักษณะอาการที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่จะแตกต่างกันที่สาเหตุของการเกิดโรค โดยในบทความนี้จะขอกล่าวถึงโรคปลอกประสาทอักเสบชนิด multiple sclerosis หรือ MS เพียงอย่างเดียว

สาเหตุการเกิดโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งชนิด MS (multiple sclerosis)
     ในปัจจุบันยังไม่สามารถหาสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคได้ชัดเจน มีเพียงการอ้างอิงถึงปัจจัยบางอย่างเท่านั้น อาทิ พันธุกรรม เชื้อชาติ พฤติกรรมในการใช้ชีวิต เป็นต้น ในส่วนของกลไกการเกิดโรคจะเป็นดังต่อไปนี้
     สิ่งที่ก่อให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้นมาจากการอักเสบและการถูกทำลายของปลอกประสาทหรือ myelin sheath ดังแสดงในภาพส่วนประกอบของเซลล์ประสาท โดยปกตินั้น myelin sheath จะทำหน้าที่ในการช่วยให้การส่งกระแสประสาทนั้นเร็วขึ้น ดังนั้นเมื่อ myelin sheath ถูกทำลายหรือไม่สามารถทำงานได้จึงส่งผลให้การส่งกระแสประสาทไปยังเซลล์เป้าหมายเป็นไปได้ยาก


รูปแสดงส่วนประกอบของเซลล์ประสาท
(credit : https://simple.wikipedia.org)

     การที่ myelin sheath ถูกทำลายนั้นมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่แต่เดิมทำหน้าที่ในการกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาภายในร่างกาย แต่เมื่อเม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติกลุ่มเม็ดเลือดขาวเหล่านั้นจะหันมาทำลาย myelin sheath แทน

อาการของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งชนิด MS (multiple sclerosis)
     เกิดปัญหาด้านการมองเห็น ทำให้ผู้ป่วยเห็นภาพทับซ้อน ภาพมัวหรืออาจสูญเสียการมองเห็น โดยมักจะแสดงอาการเพียงข้างเดียว เกิดอาการชาบริเวณแขน ขา หรือลำตัว กล้ามเนื้อแขน ขา อ่อนแรง การควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ
     โรคโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งชนิด MS (multiple sclerosis) นี้เป็นโรคที่มีอาการกำเริบเป็นระยะ ๆ เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย และในระยะยาวช่วงเวลาของการเกิดโรคจะค่อย ๆ ห่างออกไป ในผู้ป่วยบางรายสามารถรักษาและฟื้นตัวจนกลับมาเป็นปกติได้ บางรายไม่สามารถฟื้นตัวจนกลับมาเป็นปกติได้ หรือบางรายอาจมีอาการที่เลวลงอย่างต่อเนื่อง

การรักษา
การรักษาปลอกประสาทเสื่อมแข็งสามารถทำได้โดยการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการของโรค เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่ทำให้หายขาดได้ โดยการรักษานี้จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพราะยาที่ใช้รักษาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการหรือผลข้างเคียงขึ้นได้

อ้างอิง
[1] http://www.si.mahidol.ac.th/
[2] https://www.pobpad.com/
[3] https://www.pobpad.com/