ระบบประสาทสมองและไขสันหลัง

     ระบบประสาทสมองและไขสันหลังเป็นระบบที่มีความสำคัญกับร่างกายเป็นอย่างมาก เนื่องจากสมองและไขสันหลังเป็นระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system) ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ในการควบคุมระบบประสาทภายในร่างกาย โดยสมองจะเป็นตัวสั่งการหลักและส่งคำสั่งไปยังระบบประสาทส่วนนอก รวมทั้งรับกระแสความรู้สึกหรือสัญญาณประสาทจากอวัยวะต่าง ๆ ผ่านไขสันหลัง
     ไขสันหลังจึงเป็นศูนย์รวมเส้นประสาทและเป็นตัวหลักในการรับส่งสัญญาณประสาทจากสมองสู่ระบบประสาทภายนอก หรือจากระบบประสาทภายนอกสู่สมอง ดังนั้นเมื่อไขสันหลังได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถทำงานได้ จึงส่งผลต่อระบบประสาทของร่างกายโดยตรง
     การบาดเจ็บของไขสันหลังมีได้หลายสาเหตุ อาทิ การถูกกระแทกบริเวณไขสันหลังอย่างรุนแรง ถูกของมีคมทิ่มแทง เป็นต้น

ประเภทการบาดเจ็บของไขสันหลัง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
     1. บาดเจ็บไขสันหลังชนิดสมบูรณ์ (Complete cord injury) เป็นอาการบาดเจ็บที่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการทำงานของกล้ามเนื้อและความรู้สึกไปทั้งหมด มี 2 ลักษณะ ได้แก่ Tetraplegia และ Paraplegia

     2. บาดเจ็บไขสันหลังชนิดไม่สมบูรณ์ (Incomplete spinal cord injury) เป็นอาการบาดเจ็บที่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการทำงานของกล้ามเนื้อและความรู้สึกบางส่วน มี 9 ลักษณะ ดังนี้
          2.1 Anterior spinal cord syndrome ไขสันหลังส่วนหน้าถูกทำลาย ส่งผลให้คองอและกระดูกเลื่อนมาทับเส้นประสาท ทำให้ร่างกายส่วนที่ต่ำกว่าจุดที่มีอาการบาดเจ็บเป็นอัมพาต สูญเสียความรู้สึกเจ็บปวด การรับรู้อุณหภูมิและการสัมผัส
          2.2 Central spinal cord syndrome ได้รับบาดเจ็บจากการแอ่นท่ามากเกินไป ทำให้ไขสันหลังบริเวณคอถูกทำลาย โดยจะส่งผลให้แขนอ่อนแรงมากกว่าขา เสียความรู้สึกเจ็บปวด การรับรู้อุณหภูมิและมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่แขนและมือ
          2.3 Brown-Sequard syndrome (Hemi cord lesion) ได้รับบาดเจ็บแบบบิดหรือหมุนแรงเกินไป ทำให้มีการเคลื่อนของกระดูกและไขสันหลังบาดเจ็บซีกเดียว ยังส่งผลให้ร่างกายซีกตรงข้ามสูญเสียความรู้สึกเจ็บปวด อุณหภูมิและการสัมผัสโดยสมบูรณ์ ซึ่งการบาดเจ็บชนิดนี้สามารถบำบัดและรักษาให้กลับมาใกล้เคียงเดิมได้
          2.4 Posterior cord syndrome ได้รับบาดเจ็บบริเวณไขสันหลัง ทำให้เสียการรับรู้ความรู้สึกของการเคลื่อนไหวของข้อ
          2.5 Conus medullaris syndrome (sacral cord injury) ได้รับบาดเจ็บบริเวณกระเบนเหน็บและรากประสาทระดับเอว ทำให้กระเพาะปัสสาวะเป็นอัมพาต แต่ผู้ป่วยยังสามารถใช้ขาได้อยู่เพียงแต่จะอ่อนแรงอยู่บ้าง
          2.6 Cauda equina syndrome ได้รับบาดเจ็บบริเวณกระเบนเหน็บและรากประสาทระดับเอว กล้ามเนื้อขา กระเพาะปัสสาวะ หูรูดและลำไส้ใหญ่อ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต
          2.7 Sacral sparing ไขสันหลังถูกทำลายเป็นวงกว้าง แต่หลอดเลือดยังทำงานอยู่ ทำให้สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้
          2.8 Spinal concussion ไขสันหลังได้รับความกระทบกระเทือนโดยที่ไม่มีความเสียหายทางกายภาพ ทำให้หยุดทำงานชั่วคราวและสามารถกลับมาทำงานเป็นปกติได้ในภายหลัง
          2.9 Spinal cord injury without radiographic abnormality (SCIWORA) มีความผิดปกติของระบบประสาท แต่เมื่อดูจากภาพถ่ายรังสีแล้วไม่พบความผิดปกติ

การดูแลผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บของไขสันหลัง
     1. ในกรณีที่ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังไม่ควรทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปมา เพราะจะทำให้ข้อกระดูกสันหลังเปลี่ยนตำแหน่ง ดังนั้นจึงควรมีอุปกรณ์ช่วยยึดกระดูกให้คงรูปก่อนทำการเคลื่อนย้าย แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
     2. สำหรับผู้ป่วยที่ติดเตียงควรให้ความดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกวิธี
     3. ควรระมัดระวังเรื่องของแผลกดทับในกลุ่มของผู้ป่วยที่ไม่สามารถขยับร่างกายได้เอง
     4. ควรระมัดระวังในเรื่องการรักษาความสะอาดของผู้ป่วยอยู่เสมอ

อ้างอิง
[1] http://www.med.cmu.ac.th/hospital/northo/2012/km-for-nurse/47-spinal-cord-injury-nursing-care.html
[2] http://popsnapshot.blogspot.com/2012/10/blog-post_17.html