คอลลาเจนช่วยเรื่องกระดูกในผู้สูงอายุจริงหรอ?

   หลาย ๆ ท่านเมื่อพูดถึงคอลลาเจนอาจจะนึกถึงอาหารเสริมที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณเกี่ยวกับความสวยความงาม นอกจากคอลลาเจนจะทำให้ผิวสวย เต่งตึง หน้ากระชับแล้ว เราจึงเห็นหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ที่นำคอลลาเจนมาเป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกัน เช่น ครีมทาผิว ยาสระผม สบู่ เป็นต้น แล้วคอลลาเจนคืออะไร? คอลลาเจนช่วยทำให้ผิวเต่งตึงอย่างเดียวไหม? ทำไมกินคอลลาเจนถึงช่วยเรื่องกระดูก? แล้วมันช่วยได้จริง ๆ หรอ? วันนี้เรามาหาคำตอบกัน

คอลลาเจนคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย?
   คอลลาเจน (Collagen) เป็นเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง ทําหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่อวัยวะต่าง ๆ เช่น กระดูก กระดูกอ่อน ข้อกระดูก ผิวหนัง เส้นผม เป็นต้น คอลลาเจนจึงเป็นส่วนช่วยทำให้ผิวหนังเต่งตึง กระชับ ยืดหยุ่นและเรียบเนียน แล้วถ้าหากขาดคอลลาเจนล่ะ คุณรู้หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นั่นคือจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ผิวหนังหย่อนคล้อยและกระดูกอ่อนเสื่อมสภาพ ซึ่งทำให้สาว ๆ หลาย ๆ คนไม่ชอบอย่างแน่นอน

ทำไมกินคอลลาเจนถึงช่วยเรื่องกระดูก?
   ผู้สูงอายุเมื่อมีอายุมากขึ้นกระดูกและไขข้อย่อมเสื่อมสภาพไปตามวัย โดยร่างกายจะสังเคราะห์คอลลาเจนได้ลดลงหรือถูกทำลายได้ง่ายในบางกรณี เช่น การสูบบุหรี่ การมีความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ เป็นต้น

   กระดูกอ่อนของเรามีคอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ จากการศึกษาของ University of Tuebingen ประเทศเยอรมนี พบว่าคอลลาเจนมีส่วนสำคัญที่ช่วยในการลดอัตราการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ โดยมีรายงานวิจัยว่าสามารถช่วยลดการอักเสบ อาการเจ็บปวด บริเวณข้อต่อและช่วยทำให้เคลื่อนไหวข้อได้ดีขึ้น

   คอลลาเจนจึงเป็นส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและกระดูกอ่อน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุบางท่านที่มีอาการภาวะกระดูกบาง กระดูกเปราะหรือข้อเข่าเสื่อม

คอลลาเจนพบได้ที่ไหนบ้าง?
   1. ร่างกายสังเคราะห์ได้เอง
   2. อาหารต่าง ๆ จำพวกเนื้อสัตว์ เช่น ปลาทู ปลาทูน่า เป็นต้น ผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง คะน้า บล็อคโคลี่ เป็นต้น
   3. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน ที่จำหน่ายตามท้องตลาด
   4. การยิงเลเซอร์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง (ความสวยความงาม)

คำแนะนำเกี่ยวกับการกินคอลลาเจน
   1. ตามคำแนะนำขององค์การอาหารและยาแนะ นำว่าผู้ที่ต้องการกินคอลลาเจนเสริมสามารถกินเป็นอาหารเสริมได้ 5,000-7,000 มิลลิกรัม/วัน แต่ไม่ควรเกิน 10,000 มิลลิกรัม/วัน เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้
   2. การรับประทานคู่กับวิตามินซีจะทำให้การดูดซึมดียิ่งขึ้น
   3. แนะนำให้รับประทานตอนท้องว่างแล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ

   แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานคอลลาเจนที่เป็นอาหารเสริมควรปรึกษาแพทย์หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย เนื่องจากคอลลาเจนนั้นเป็นสารสกัดที่ได้มาจากพืชและสัตว์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพ้และในบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้

   กรณีที่ผู้สูงอายุมีปัญหาด้านกระดูก อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเดินไม่ไหว อาจมีผลมาจากสภาพร่างกายเสื่อมสภาพตามวัย ดังนั้นผู้ดูแลจำเป็นต้องหาอุปกรณ์มาช่วยทำให้การเดินหรือการใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายมากขึ้น เช่น อุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน (Rollator), อุปกรณ์ช่วยฝึกเดิน (Gait Trainer), อุปกรณ์พลิกตัวป้องกันแผลกดทับ (TurnAid), เตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ด้วยรีโมท ลดอาการเมื่อยของผู้สูงอายุ เป็นต้น

ที่มา :
[1] shorturl.asia/RzLZY
[2] shorturl.asia/hGunA
[3] shorturl.asia/vGQEu
[4] shorturl.asia/DLNCw
[5] https://integrityskin.com.au/why-marine-collagen/
[6] https://englishmountain.com/powdered-alcohol-overview/
[7] https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue005/varieties-corner
[8] https://www.integrityphysio.com.au/blog/physiotherapy-for-osteoarthritis/