การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม

สารบัญ
   • ข้อสะโพกเสื่อมคืออะไร?
   • สาเหตุของข้อสะโพกเสื่อม
   • อาการของข้อสะโพกเสื่อม
   • วิธีการรักษา
   • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมคืออะไร ทำไมต้องผ่าตัด?
   • การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
   • วิธีการดูแลและพักฟื้นหลังการผ่าตัด

ข้อสะโพกเสื่อมคืออะไร
   ข้อสะโพก เป็นข้อต่อระหว่างหัวกระดูกต้นขาซึ่งมีลักษณะกลมคล้ายลูกบอลเคลื่อนไหวอยู่ในเบ้าสะโพก ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
   1. ส่วนหัวกระดูกสะโพก (Femur Head) ช่วยในการเคลื่อนไหว
   2. ส่วนเบ้าสะโพก (Acetabulum)

   ข้อสะโพกเสื่อม เกิดจากข้ออักเสบเนื่องจากกระดูกอ่อนที่คลุมพื้นผิวของข้อเสื่อมสภาพ ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ

สาเหตุของข้อสะโพกเสื่อม
   1. อายุที่มากขึ้นทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเสื่อมสภาพไปตามวัย
   2. เกิดอุบัติเหตุทำให้ข้อสะโพกแตกหรือหลุด เช่น การกระแทกอย่างรุนแรง เป็นต้น
   3. ข้อสะโพกขาดเลือดไปเลี้ยงที่หัวกระดูกต้นขา
   4. ความผิดปกติของข้อสะโพก เช่น ข้อสะโพกผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ไม่สามารถเจริญเติบโตเต็มที่ เป็นต้น
   5. ข้อสะโพกอักเสบจากโรครูมาตอยด์
   6. ปัจจัยทางพันธุกรรม ในกลุ่มที่ครอบครัวมีประวัติการเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม
   7. การติดเชื้อ

อาการของข้อสะโพกเสื่อม
   1. ปวดบริเวณต้นขาด้านหน้าหรือขาหนีบบริเวณที่งอสะโพก
   2. เมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือการลงน้ำหนักบริเวณสะโพกจะรู้สึกปวดหรือเจ็บ อาการจะมากขึ้นเมื่อทำกิจกรรมและจะดีขึ้นเมื่อได้พัก
   3. หากมีอาการปวดรุนแรงจะไม่สามารถหมุนหรือเหยียดข้อสะโพกได้ อาจปวดร้าวไปถึงหัวเข่าได้

วิธีการรักษา
   การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการของโรค โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยอาการและทำการรักษาโดยเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจเพิ่มเติมด้วยการสแกนด้วยคอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) โดยจะแบ่งการรักษาเป็น 2 แบบ คือ
   1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด เป็นการรับประทานยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบเพื่อรักษาตามอาการ ลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกดลงข้อสะโพก พักการใช้งานและงดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้สะโพกได้รับบาดเจ็บหรือมีการลงน้ำหนักมากเกินไป รวมทั้งทำกายภาพบำบัดบริหารกล้ามเนื้อบริเวณนั้นให้แข็งแรง หรือบางรายแพทย์อาจจะมีการฉีดยาหล่อเลี้ยงข้อสะโพกในกรณีที่การทำลายของกระดูกอ่อนยังไม่รุนแรง
   2. การรักษาโดยวิธีผ่าตัด
      2.1 การผ่าตัดโดยการส่องกล้อง เหมาะสำหรับผู้ป่วยในการรักษาความผิดปกติของข้อสะโพก เมื่อกระดูกอ่อนในข้อสะโพกฉีกขาดหรือมีเศษกระดูกอ่อนหลุดออกมาเสียดสีกับข้อ
      2.2 การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก เพื่อหมุนพื้นผิวของข้อที่ยังปกติให้เข้าสัมผัสกัน จะใช้เมื่อมีบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่เสียหาย แต่ที่อื่นปกติ
      2.3 การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยยาได้ มีภาวะความเสื่อมของข้อสะโพกมาก และมีอาการเจ็บปวดรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมคืออะไร ทำไมต้องผ่าตัด?

   การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม คือ การผ่าตัดเพื่อนำส่วนของข้อสะโพกเดิมที่เสื่อมสภาพมาทดแทนด้วยข้อสะโพกเทียม (Prosthesis) เพื่อให้คนไข้สามารถเคลื่อนไหวได้ปกติ โดยผู้ที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา มีภาวะความเสื่อมของข้อสะโพกมากจนเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน แพทย์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเพื่อทำการรักษา

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
   ก่อนการผ่าตัดจะมีการตรวจร่างกาย เช่น การตรวจเลือด การตรวจปัสสาวะ การเอกซเรย์ปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้า และอื่น ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมร่างกายก่อนการผ่าตัด โดยผู้ที่ทำการผ่าตัดควรเตรียมตัว ดังนี้
   1. ทราบข้อมูลและรายละเอียดในการผ่าตัด ข้อดี-ข้อเสีย รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับข้อสะโพกเทียม กระบวนการเปลี่ยนแปลงหลังการผ่าตัด
   2. งดการสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันกาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น เช่น การติดเชื้อที่ทางเดินหายใจ เป็นต้น
   3. ลดน้ำหนัก ควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม
   4. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
   5. งดโกนขนบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัด
   6. รักษาสุขภาพอนามัยของร่างกาย เช่น ไม่มีปัญหาการติดเชื้อที่ช่องปากและฟัน เป็นต้น
   7. ควรแจ้งแพทย์ที่ทำการรักษาถึงยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ

วิธีการดูแลและฟักพื้นหลังการผ่าตัด
   1. หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวในบางท่าทางที่ส่งผลต่อกระดูกสะโพก เช่น การนั่งไขว่ห้าง การก้มตัวลงหยิบของที่พื้น เป็นต้น
   2. ควบคุมน้ำหนักและรับประทานอาหารให้เหมาะสม
   3. ระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หลีกเลี่ยงการเดินพื้นที่ต่างระดับ จัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสมไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางเดิน
   4. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
   5. ควรนอนหงายหรือนอนตะแคง โดยมีหมอนรองระหว่างขา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหุบขาเข้ามาหากันมากเกินไป
   6. เริ่มเดินในระยะสั้น ๆ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกให้มีการเคลื่อนไหว โดยในระยะเริ่มต้นอาจใช้อุปกรณ์ในการช่วยเดิน เช่น รถเข็นช่วยเดิน รุ่น Let’s Fly, อุปกรณ์ฝึกเดิน รุ่น Dynamico, อุปกรณ์ฝึกเดิน รุ่น Grillo เป็นต้น

Dynamico
รายละเอียดเพิ่มเติม CLICK

Grillo
รายละเอียดเพิ่มเติม CLICK

Let's Fly
รายละเอียดเพิ่มเติม CLICK


   7. เมื่อทำกิจวัตรประจำวันในห้องน้ำหลีกเลี่ยงการใช้ส้วมซึมเนื่องจากจะทำให้ลงน้ำหนักที่บริเวณสะโพกมากยิ่งขึ้น หรือใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยในการลุก-นั่งโถสุขภัณฑ์ เช่น อุปกรณ์พยุงสำหรับโถสุขภัณฑ์ Toilet Lift model PHC-01 Series เป็นต้น อุปกรณ์จะช่วยผ่อนน้ำหนักที่กระทำลงข้อสะโพกและเพิ่มความปลอดภัยขณะลุก-นั่งโถสุขภัณฑ์ ลดการเกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำ

Toilet Lift
รายละเอียดเพิ่มเติม CLICK

ที่มา :
[1] shorturl.asia/R472q
[2] shorturl.asia/Y8QJK
[3] http://sriphat.med.cmu.ac.th:81/th/knowledge-53
[4] https://www.bumrungrad.com/th/conditions/hip-osteoarthritis
[5] https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/hip-osteoarthritis
[6] https://www.phyathai-sriracha.com/pytsweb_eng/index.php?page=modules/knowledgepage&knowid=24